บทที่ 1 ความตายอันแสนอนาถในเรือนเย็น

กลิ่นอายความเย็นเยียบของฤดูหนาวกัดเซาะผ่านรอยแตกของประตูไม้เก่าทรุดโทรม สายลมวสันต์พัดพาเกล็ดหิมะบางเบาปลิวเข้ามาตกกระทบเรือนร่างอันซูบผอมของสตรีคนหนึ่งที่นอนขดตัวอยู่บนพื้นกระเบื้องแช่แข็ง

ลี่อิงหลัน พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดเพื่อขยับกาย ทว่าริมฝีปากที่แห้งแตกจนมีเลือดซึมกลับไร้ซึ่งเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา ร่างกายของนางในยามนี้ซูบผอมจนเห็นโครงกระดูก อาภรณ์เนื้อหยาบสีซีดจางที่สวมใส่อยู่ไม่ได้ช่วยกำบังความหนาวเหน็บที่กัดกินลึกถึงขั้วหัวใจได้เลยแม้แต่น้อย

ที่แห่งนี้คือ 'เรือนเย็น' สถานที่กักขังอันแสนโดดเดี่ยวที่ตระกูลมู่หรงใช้ทิ้งขว้างสตรีที่หมดประโยชน์

ดวงตาที่เคยทอประกายสดใสและเปี่ยมไปด้วยความหวัง ยามนี้หมองคล้ำและพร่ามัวลงทุกที ในอกของนางเต็มไปด้วยความร้าวรานที่ยากจะอธิบาย ชาตินี้ทุ่มเททั้งชีวิตและจิตวิญญาณเพื่อส่งเสริม มู่หรงจิ่น บุรุษที่นางรักและไว้วางใจที่สุด นางใช้ทรัพย์สิน ทรัพย์ยากร และบารมีของตระกูลลี่ค้ำจุนให้เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่โตในราชสำนัก

ทว่า สิ่งที่นางได้รับตอบแทนกลับมา... คือการถูกทรยศอย่างเลือดเย็น!

เมื่อมู่หรงจิ่นได้ทุกอย่างตามต้องการ เขากลับหลงเชื่อคำเป่าหูของ ไป๋ลี่ว์ อนุภรรยาจอมตลบแตลงที่เขารับเข้ามาทีหลัง ไป๋ลี่ว์ใส่ร้ายว่านางเป็นสตรีริษยา มีจิตใจอำมหิต และวางยาพิษใส่บุตรในครรภ์ของตน มู่หรงจิ่นไม่แม้แต่จะสืบหาความจริง เขาตัดสินความผิดของนางด้วยความเกลียดชัง ปลดนางออกจากตำแหน่งภรรยาเอก ริบทุกสิ่งทุกอย่างไปจากนาง และโยนสตรีที่เคยได้ชื่อว่าคู่ชีวิตเข้ามาทนทุกข์ทรมานในเรือนเย็นแห่งนี้

ไม่เพียงเท่านั้น... ตระกูลลี่ของนางที่เคยยิ่งใหญ่ กลับถูกมู่หรงจิ่นลอบวางแผนกล่าวหาว่าเป็นกบฏ จนต้องโทษประหารยกตระกูล!

"มู่หรงจิ่น... ไป๋ลี่ว์..."

เสียงรำพันแผ่วเบาหลุดออกจากคอที่แห้งผาก หยาดน้ำตาอุ่นๆ ไหลผ่านโหนกแก้มที่ตอบโฮก ความเจ็บปวดจากการถูกคนที่รักที่สุดทรยศหักหลัง มันกัดกินหัวใจของนางยิ่งกว่าความหนาวเหน็บของหิมะนอกเรือนเสียอีก

เสียงลูกกรงเหล็กถูกปลดล็อกดังขึ้นเบาๆ ประตูเรือนเย็นเปิดออกกว้าง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสองร่างที่สวมเสื้อผ้าแพรพรรณเนื้อดี สีแดงสดของชุดพวกเขากระทบตาของลี่อิงหลันจนบาดลึก

มู่หรงจิ่นเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าสูงส่ง ท่าทางเหยียดหยามมองลงมายังสตรีที่นอนเกลือกกลั้วกับฝุ่นบนพื้น ข้างกายของเขาคือไป๋ลี่ว์ที่กำลังอิงแอบแอบอิงอยู่อย่างออเซาะ ในมือของนางถือถ้วยยาต้มสีดำเข้มที่ยังคงมีควันกรุ่น

"อิงหลัน..." มู่หรงจิ่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ไร้ซึ่งความสงสารหรือความผูกพันในอดีต "เจ้าทนทรมานมานานพอแล้ว วันนี้ข้าและลี่ว์เอ๋อร์จึงนำ 'ของขวัญ' มาส่งเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย"

ไป๋ลี่ว์ยิ้มเยาะอย่างสะใจ นางย่อกายลงเล็กน้อย ค่อยๆ ยื่นถ้วยยาในมือมาตรงหน้าลี่อิงหลัน "พี่หญิง... ยาถ้วยนี้ท่านพี่ตั้งใจสั่งให้หมอหลวงต้มให้ท่านโดยเฉพาะ กินเข้าไปเสียเถิดนะเจ้าคะ ท่านจะได้ไม่ต้องทนหนาวตากลมอยู่ในสถานที่หมาไม่มองแห่งนี้อีกต่อไป"

ลี่อิงหลันพยายามเค้นแรงทั้งหมดที่มี มองสบตากับมู่หรงจิ่นด้วยสายตาแห่งความแค้นเคือง "มู่หรงจิ่น... ตระกูลลี่ของข้าช่วยเจ้าขึ้นสู่ตำแหน่ง... เหตุใดเจ้าจึงทำกับข้าและตระกูลเช่นนี้!"

มู่หรงจิ่นหัวเราะหุบปากลง สายตาแปรเปลี่ยนเป็นอำมหิต "ช่วยหรือ? ตระกูลลี่ของเจ้าคอยคุมกะลาหัวข้าต่างหาก! การมีอยู่ของเจ้าและตระกูลลี่มันทำให้ข้ารู้สึกเหมือนเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง ยามนี้ข้ากุมอำนาจไว้ในมือได้แล้ว ข้าจะเหลือเสี้ยนหนามอย่างพวกเจ้าไว้ทำไม?"

"เจ้ามัน... สัตว์ป่าหน้าขน!"

"บังอาจ!" ไป๋ลี่ว์ตวาดเสียงสูง ก่อนจะกรอกยาพิษในถ้วยเข้าปากของลี่อิงหลันอย่างรวดเร็วและอำมหิต มู่หรงจิ่นยืนมองภาพนั้นด้วยสายตาสุดแสนเย็นชา ไม่คิดจะห้ามปรามเลยแม้แต่น้อย

พิษร้ายไร้สีไร้กลิ่นเริ่มกัดกร่อนอวัยวะภายในอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างราวกับมีเข็มพันเล่มแทงแทรกอยู่ในเส้นเลือด ลี่อิงหลันกระอักเลือดสีดำเข้มออกมาคำใหญ่ ร่างกายเกร็งกระตุกด้วยความทรมานแสนสาหัส

ไป๋ลี่ว์หัวเราะร่าด้วยความสะใจ ขณะที่มู่หรงจิ่นเบือนหน้าหนีแล้วหมุนตัวเดินออกจากเรือนเย็นไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย

ความมืดมิดค่อยๆ คืบคลานเข้ามาปกคลุมดวงตาของลี่อิงหลัน สติสัมปชัญญะของนางค่อยๆ ดับสูญไปทีละน้อย ทว่าในห้วงสุดท้ายของชีวิต ลมหายใจที่แผ่วเบาถูกควบกลั่นไปด้วยแรงแค้นอันมหาศาล

‘สวรรค์... หากชาติหน้ามีจริง ข้าขอสาบานด้วยเลือดและดวงวิญญาณของข้า... ข้าจะไม่ยอมเป็นคนโง่ให้พวกมันเหยียบย่ำอีก! ข้าจะทำให้มู่หรงจิ่นและไป๋ลี่ว์ ต้องชดใช้ด้วยเลือดและความสิ้นหวังมากกว่าที่ข้าได้รับร้อยเท่าพันเท่า!’

เฮือก!

ลี่อิงหลันสะดุ้งตื่นขึ้นมาร่างกายกระตุกเกร็ง ลมหายใจหอบถี่ราวกับคนที่พึ่งโผล่พ้นขึ้นมาจากน้ำลึก นางสูดอากาศเข้าปอดอย่างหิวกระหาย ก่อนจะรีบยกมือขึ้นกุมหน้าอกของตนเองด้วยความตระหนก

ไม่มีความเจ็บปวดจากยาพิษกัดกร่อน... ไม่มีสัมผัสอันหนาวเหน็บของพื้นกระเบื้องในเรือนเย็น...

ดวงตาคู่งามรีบสำรวจไปรอบกายทันที ภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ห้องกักขังอันมืดมนและทุกลบทุกลา แต่กลับเป็นห้องนอนอันกว้างขวาง ประดับประดาด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้แกะสลักอย่างพิถีพิถัน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกมู่หลันลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ผ้าห่มนวมผืนหนานุ่มสีชมพูอ่อนคลุมอยู่บนเรือนร่างของนาง

"ที่นี่..." ลี่อิงหลันพึมพำ น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานุ่มนวลและทรงพลัง ไม่ใช่เสียงที่แห้งผากของคนใกล้ตายอีกต่อไป

นางรีบก้าวลงจากเตียง มุ่งตรงไปที่กระจกทองเหลืองบานใหญ่ทันที ภาพที่สะท้อนกลับมาคือสตรีวัยเยาว์ ผิวพรรณเนียนนุ่มผุดผ่อง ดวงตาสดใสไร้ร่องรอยของความทรมานและโรคภัย นี่คือรูปร่างหน้าตาของนางเมื่อหลายปีก่อน!

"คุณหนู! ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ?"

เสียงสดใสของ เสี่ยวชุ่ย สาวใช้คนสนิทดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กที่เดินถืออ่างน้ำเข้ามาในห้อง เสี่ยวชุ่ยยิ้มแย้มอย่างร่าเริง ซึ่งเป็นภาพที่ลี่อิงหลันไม่ได้เห็นมานานแสนนาน เพราะในชาติก่อน เสี่ยวชุ่ยคนนี้ยอมตายเพื่อปกป้องนางจากการถูกไป๋ลี่ว์กลั่นแกล้ง

"เสี่ยวชุ่ย..." ลี่อิงหลันโผเข้าโอบกอดสาวใช้คนสนิทไว้แน่น หยาดน้ำตาแห่งความตื่นเต้นและตื่นตระหนกไหลทะลักออกมา

"คุณหนูเป็นอะไรไปเจ้าคะ? ฝันร้ายหรือเจ้าคะ?" เสี่ยวชุ่ยตกใจ รีบเอ่ยถามด้วยความห่วงใย

ลี่อิงหลันค่อยๆ ผละออกจากอ้อมกอด นางพยายามตั้งสติ พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เสี่ยวชุ่ย... วันนี้คือวันใด? ปีใด?"

"เอ๋? วันนี้คือวันที่สิบห้า เดือนสาม ปีที่ยี่สิบสองแห่งรัชศกเฉิงอันไงเจ้าคะ คุณหนูตื่นมาแล้วเลอะเลือนหรืออย่างไรกัน? วันนี้ท่านมีนัดต้องไปร่วมงานเลี้ยงน้ำชาที่อัครสถานของตระกูลมู่หรงนะเจ้าคะ คุณชายมู่หรงจิ่นเป็นคนส่งบัตรเชิญมาด้วยตนเองเลยนะเจ้าคะ!"

ปีที่ยี่สิบสองแห่งรัชศกเฉิงอัน!

หัวใจของลี่อิงหลันกระตุกวูบ... นี่คือช่วงเวลาก่อนที่นางจะแต่งงานกับมู่หรงจิ่นถึงสองปี! ช่วงเวลานี้ ตระกูลลี่ยังคงยิ่งใหญ่ มารดาและบิดาของนางยังมีชีวิตอยู่ และนางยังไม่ได้ตกเป็นหมากในเกมอำนาจของมู่หรงจิ่น!

สวรรค์ทรงเมตตาฟังคำขอสุดท้ายของนาง! สวรรค์มอบชีวิตใหม่ให้นางได้หวนคืนกลับมาอีกครั้ง!

ความเจ็บปวดและความเค้นแค้นจากชาติก่อนลุกโชนขึ้นในดวงตาคู่งามของลี่อิงหลัน ทว่าในชาตินี้ ไร้ซึ่งความอ่อนแอ แววตาของนางแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น เยือกเย็น และเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

มู่หรงจิ่น... ไป๋ลี่ว์... พวกเจ้าคิดว่าข้าจะเป็นเหยื่อให้พวกเจ้าหลอกใช้เหมือนในอดีตอย่างนั้นหรือ?

"คุณหนูเจ้าคะ ให้ข้าช่วยจัดแต่งทรงผมและเลือกชุดสีชมพูอ่อนที่คุณชายมู่หรงชอบดีไหมเจ้าคะ?" เสี่ยวชุ่ยเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

"ไม่ต้อง" ลี่อิงหลันเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนเสี่ยวชุ่ยต้องชะงัก "ต่อไปนี้ ข้าจะไม่แต่งกายเพื่อเอาใจใครอีกต่อไป... หยิบอาภรณ์สีแดงเพลิงชุดนั้นมาให้ข้า"

"เอ๋? ชุดสีแดงเพลิงหรือเจ้าคะ? แต่คุณหนูเคยบอกว่ามันดูโดดเด่นเกินไป..."

"โดดเด่นสิดี" ลี่อิงหลันยกยิ้มที่มุมปาก ยิ้มที่งดงามทว่าแฝงไปด้วยความอันตรายอันลึกล้ำ "เพราะนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะก้าวออกไปในฐานะผู้ควบคุมเกม... ไม่ใช่หมากให้ใครเหยียบย่ำอีกแล้ว!"

ดวงตาคู่งามจ้องมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง ไฟแค้นในอกยามนี้ลุกโชนพร้อมที่จะทำลายล้างทุกสิ่งที่เคยทำร้ายนางในชาติก่อน การหวนคืนกลับมาในครั้งนี้ จะไม่มี 'ลี่อิงหลัน' ผู้แสนดีและโง่เง่าอีกต่อไป มีเพียงสตรีผู้เด็ดเดี่ยวที่จะลากเอาคนชั่วลงสู่นรกด้วยมือของนางเอง!

บทถัดไป